วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สโมสรฟุตบอลเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซี


1.ประวัติสโมสร

   ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1905 ด้วยความคิดของ เอช.เอ เมียร์ส และน้องชายของเขา เจ.ที เมียร์ส โดยเลือกใช้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นสนามเหย้านับแต่เริ่มแรก แต่สโมสรต้องไปเริ่มต้นในดิวิชั่น 2 และมีการแข่งขันแมตช์แรกด้วยการบุกไปเยือน สต๊อร์คปอร์ท คันทรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1905 ภายใต้การคุมทีมของ จอห์น แทต โรเบิร์ตสัน ที่รับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีม เพียงไม่นานนักสโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย จนมาได้แชมป์ลีก อันเป็นโทรฟี่แรกของทีมเมื่อฤดูกาล 1954-55 ด้วยฝีมือของ เท็ด ดร๊าค กุนซือประวัติศาสตร์ให้หลังจากการคว้าแชมป์เพียงปีเดียว "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับจบด้วยอันดับ 16 ของตาราง และผลงานก็ยังคงไม่ดีเรื่อยๆ แม้ช่วงนี้จะมี จิมมี่ กรีฟส์ นักเตะที่สโมสรปั้นขึ้นมาเป็นหน้าเป็นตาก็ตาม โดยเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตัวจบสกอร์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่อังกฤษเคยมีมาอีกด้วย ก่อนถูกปล่อยไปให้กับ เอซี มิลาน ในอิตาลี เมื่อปี 1961ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเมื่อปี 1962 ยุคนั้นมีผู้เล่นที่รู้จักกันดีอย่าง ปีเตอร์ โบเน็ตติ, รอน แฮร์ริส, แบร์รี่ บริดจ์, บ็อบบี้ แทมบลิ้ง และ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ โดยในปี 1965 สโมสรผ่านเข้าไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศรายการ ลีก คัพ และเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-2 จากการลงเล่น 2 นัด ทำให้ทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรก จากนั้นเพียงไม่นาน ด้วยความสัมพันธ์กับบอร์ดของทีมที่ไม่ดีนัก ทำให้ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกแทนที่โดย เดฟ เซ็กซ์ตัน ที่เข้ามาช่วยพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อปี 1970 ด้วยผลงานการมีชัยเหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ก็ต้องเล่นกันถึง 2 นัดด้วยกันจากผลงานที่ทำได้ส่งผลให้สโมสรได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในถ้วยสโมสรยุโรปรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ ลูกทีมของ เซ็กซ์ตัน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยมีศึกหนักคือ รีล มาดริด ยอดทีมอันเกรียงไกรของยุโรป แต่ด้วยฟอร์มอันสุดยอดของ อลัน ฮัดสัน และ ชาร์ลี คุ้ก ทำให้ทีมสิงห์บลูส์คว้าแชมป์สโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ4 ปีหลังจากคว้าแชมป์ยุโรป เชลซี กลับต้องตกชั้นไปสู่ดิวิชั่น 2 อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังมีหนีสิ้นอีกกว่า 3 ล้านปอนด์ ทำให้ เอ็ดดี้ แม็คเครียดี้ จำต้องส่งผู้เล่นท้องถิ่น บวกกับนักเตะตัวเก๋าบางรายลงสนาม และเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น พวกเขาก็กลับไปสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ โดยมี เรย์ วิลกิ้นส์ กัปตันทีมวัย 18 ปีเป็นฮีโร่ที่สำคัญ แต่จากการที่ แม็คเครียดี้ ตัดสินใจแยกทางกับสโมสร และไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ ทำให้สโมสรกลับต้องตกไปยังดิวิชั่น 2 อีกครั้งในไม่นาน ขณะที่ วิลกิ้ลส์ ถูกขายไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินช่วงเวลา 1977-1981 สิงโตน้ำเงินคราม มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึง 3 คนด้วยกัน แต่ เคน เชลลิตโต้, แดนนี่ บลันซ์ ฟลาเวอร์ และ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ กลับไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย จนมาถึงการที่ เคน เบ็ตส์ นักธุรกิจหนุ่มเข้ามาเทกโอเวอร์สโมสร เขาได้นำตัว จอห์น เนล เข้ามารับหน้าที่คุมทีม แต่ เชลซี เกือบที่จะต้องตกลงไปอยู่ในดิวิชั่น 3 ดีที่ว่าสามารถเปิดบ้านเสมอกับ โบลตัน อย่างหวุดหวิดในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้อยู่รอดต่อไปในดิวิชั่น 2 ได้อย่างฉิวเฉียดที่สุดในซัมเมอร์ปี 1983 สโมสรตัดสินใจคว้าตัว 6 ผู้เล่นใหม่เข้ามา นั่นก็รวมถึง แพท เนวิน, เคอร์รี่ ดิ๊กซัน และ เดวิด สปีดี้ ที่ต่างเป็นขวัญใจของแฟนบอลในเวลาต่อมา โดยทั้งหมดก็ช่วยให้สโมสรกลับไปเล่นในดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้ง แต่จากนั้นไม่นานสปิริตของทีมกลับเริ่มจะหายไป เมื่อสโมสรคว้าตัว สตีฟ คล้าร์ก, โทนี่ โดริโก้, มิคกี้ ฮาซาร์ด และ กอร์ดอน ดูรี่ พร้อมกับปล่อยผู้เล่นคนสำคัญออกไป นั่นทำให้ 4 ปีหลังจากที่เลื่อนกลับมาอยู่ในดิวิชั่น 1 ทีมต้องตกชั้นไปอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เพียงปีเดียว เชลซี สามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ พร้อมกับทำได้ถึง 99 คะแนน และไม่พ่ายแพ้ใครในลีกเลยหลังจากเปลี่ยนกุนซือมาหลายคน ในที่สุดปี 1993 เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้ามารั้งบังเหียนบ้าง ปรากฎว่าทีมทำผลงานดีขึ้นทันตาเห็น และฤดูกาลนั้นก็สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ได้เลยในทันที แต่สุดท้ายก็ไปพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 ขณะที่ผลงานในถ้วยคัพ วินเนอร์ส คัพ ฤดูกาลถัดมาก็ไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ด้วยผลงานที่ดีขึ้นทำให้สโมสรเริ่มดึงดูดผู้เล่นฝีเท้าดีมีชื่อเสียงเข้ามายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างมากมาย เริ่มต้นด้วย รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์, มาร์ค ฮิวจ์ส หัวหอกทีมชาติเวสต์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แดน เปเตรสคู วิ่งแบ็กทีมชาติโรมาเนียอย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ ฮ็อดเดิ้ล ลาออกเพื่อไปรับงานคุมทีมชาติอังกฤษ กลายเป็น กุลลิท ที่ถูกดันขึ้นมาคุมทีมแทนในช่วงซัมเมอร์ปี 1996 โดยเขาเริ่มต้นงานอย่างฮือฮาด้วยการไปดึงตัว จานลูก้า วิอัลลี่ มาร่วมทีม ตามมาด้วย โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, ฟร้องค์ เลอเบิฟ และ จานฟรังโก้ โซล่า โดยกลุ่มซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ก็ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จในปี 1997 เมื่อเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ ไปได้ 2-0 จากประตูแรกที่ มัตเตโอ ทำได้ด้วยเวลาเพียง 43 วินาที อันได้รับการจารึกว่าเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ด้วยเรื่องน่าเศร้ามาเกิดขึ้น เมื่อ แม็ทธิว ฮาร์ดิ้ง แฟนบอลตัวยง และเศรษฐีหนุ่มผู้เป็นรองประธานสโมสร ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันด้วยอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก จากนั้นด้วยการมีกฎบอสแมนเข้ามา ทำให้ กุลลิท คว้าตัวนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมอีกหลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กุสตาโว โปเยต์, ทอเร่ อังเดร โฟล, เซเลสติน บาบายาโร่, แกรม เลอ โซ และ เอ็ด เดอ ฮุยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ วิอัลลี่ เข้ามารับงานแทน กุลลิท ที่ไม่สามารถตกลงสัญญาใหม่กันได้ในช่วงต้นปี 1998 แต่เพียงช่วงเวลา 3 เดือน "ลูก้า" พาทีมคว้าได้ถึง 2 แชมป์ เมื่อเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 ในศึกโคคา โคลา คัพ นัดชิงชนะเลิศ จากนั้นที่สตอคโฮล์ม แฟนบอลก็ได้เห็น โซล่า ลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรอง และทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะ สตุ๊ตการ์ท ไปได้ 1-0 พร้อมกับคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ เป็นครั้งที่ 2 ของสโมสร ปี 2000 สิงโตน้ำเงินคราม ตัดสินใจคว้าตัว จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในขณะนั้นเทียบเท่ากับ อลัน เชียเรอร์ ที่จำนวน 15 ล้านปอนด์ โดยหัวหอกชาวดัตช์ก็ทำประตูแรกได้เลยทันทีในเกมนัดแรกที่ลงสนาม พร้อมกับช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์แชริตี้ ชิลด์ มาครอง จากนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ถูกเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่แทน วิอัลลี่ ไม่นานนักกุนซือชาวอิตาเลียนตัดสินใจโละ ไวส์, โปเยต์ และ เลอเบิฟ ออกไป และใช้เงินถึง 42 ล้านปอนด์ในการคว้าตัว วิลเลี่ยม กัลลาส, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เอมมานูเอล เปอตีต์, ซลาวิซ่า โยคาโนวิช, เยสเปอร์ กรุนชาร์ และ เบาเดอไวน์ เซนเด้นจากการที่ผลงานของทีมยังไม่ดีนัก แถมยังมีหนี้สินอีกก้อนหนึ่ง ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ตัดสินใจเข้ามาซื้อ เชลซี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2003 นั่นทำให้สโมสรมีเงินจับจ่ายใช้สอยซื้อนักเตะอย่างไม่อั้น ผู้เล่นหลายรายต่างถูกดึงตัวมายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ว่าจะเป็น เกล็น จอห์นสัน, เวย์น บริดจ์, โจ โคล, เฌเรมี่, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, อาเดรียน มูตู, เฮอร์นัน เครสโป และ โคล้ด มาเกเลเล่ โดยทั้งหมดต่างมีค่าตัวรวมกันเกินกว่า 100 ล้านปอนด์เลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม ด้วยเม็ดเงินที่จ่ายไปขนาดนั้น แต่ผลงานที่ออกมากลับไม่เป็นที่น่าพอใจของเจ้าของสโมสร ทำให้ รานิเอรี่ ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง พร้อมกับที่สโมสรไปดึงเอา โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือหนุ่มไฟแรงที่ทำผลงานเยี่ยมกับ เอฟซี ปอร์โต้ ทันทีที่รับตำแหน่ง ยอดโค้ชชาวโปรตุเกสได้คว้าตัว เปาโล แฟร์เรร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ติอาโก้, ปีเตอร์ เช็ก, อาร์เยน ร็อบเบน, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา และ มาเตย่า เคซมัน โดยเพียงปีแรกเขาก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้เลยทันที ทั้งแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ และแชมป์พรีเมียร์ชิพ อันเป็นแชมป์ลีกครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ถือเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อสร้างสโมสรได้อย่างเพอร์เฟกต์ที่สุด


สแตมฟอร์ดบริดจ์
สแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามฟุตบอลแห่งเดียวของเชลซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาตั้งอยู่ในเขตฟูแลมในลอนดอน โดยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2420 โดยในช่วง 28 ปีแรกที่เปิดใช้ ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสนามกรีฑาด้วย สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสกอต บรรจุคนได้กว่า 42,000 คน



 
ฉายา : The Blues ( สิงห์บลูส์,สิงโตน้ำเงินคราม )
ที่ตั้ง : กรุงลอนดอน
เจ้าของสโมสร : โรมัน อับราโมวิช
 
2.ผลงาน


·         แชมป์ ดิวิชั่น 1 เดิม กับ เอฟเอ พรีเมียร์ลีก: 4 ครั้ง
·         1955, 2005, 2006, 2010
·         ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 2 ครั้ง
·         1984, 1989
·         เอฟเอคัพ: 7 ครั้ง
·         1970, 1997, 2000, 2007, 2009, 2010, 2012 (นอกจากนี้แล้วเชลซียังเป็นทีมสุด               ท้ายที่ได้แชมป์เอฟเอคัพที่สนามเวมบลีย์ (เก่า) และเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์เอฟเอคัพที่          สนามนิวเวมบลีย์ (เวมบลีย์ใหม่)
·         ลีกคัพ: 4 ครั้ง
·         1965, 1998, 2005, 2007
·         คอมมูนิตีชิลด์ (เดิมคือ ชาริตีชิลด์)
·         1955, 2000, 2005, 2009
·         ฟูลล์ เมมเบอร์ส' คัพ
·         1986, 1990
·         ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ
·         1971, 1998
·         ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ
·         1998
·         เอฟเอ ยูธ คัพ
·         1960, 1961, 2008, 2010
·         รองแชมป์ฟุตบอลเอฟเอคัพ
·         1951, 1997, 1994
·         แชมป์ (มะกิตะ/อัมโบร โทรฟี่)
·         1994, 1997
·         ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
·         แชมป์ 2012
·         รอบรองชนะเลิศ 2004, 2005, 2007, 2009
·         รองแชมป์ 2008
·         ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก
·         รองแชมป์ 2012
·         เวิลด์ ฟุตบอล ชาลเลนจ์
·         2009




  3.สัญลักษณ์ อดีต-ปัจจุบัน



สัญลักษณ์ช่วง 1905-1952

โลโก้นี้คือโลโก้เริ่มแรกของทีมเชลซี ผู้สูงอายุในวงกลมนั้น เป็นหนึ่งในขุนนางที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง (ไม่เคยมีใครรู้ด้วยว่าผู้สูงอายุผู้นี้เป็นใคร) โลโก้นี้ไม่เคยใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ บนอกเสื้อนักเตะมาก่อน อย่างไรก็ตาม จะปรากฎในตารางการแข่งขันและในจอทีวีบอกสกอร์ในสนามเท่านั้น ทำให้ The Pensioner จึงเป็นชื่อเล่นของทีมเชลซีเพื่อเป็นเกียรติ ในฐานะที่เป็นโลโก้แรกของทีมในปัจจุบัน
          คำว่า Pensioner แปลตามพจนานุกรมเป๊ะๆ คือ ผู้มีสิทธิ รับบำนาญ ในอังกฤษสมัยก่อนนั้น คนที่มีสิทธิ์ได้รับบำนาญ คือขุนนาง หากเปรียบในสมัยนี้ คือข้าราชการนั่นเอง

สัญลักษณ์ช่วง 1952-1953

 โลโก้ที่สองเริ่มใช้ตั้งแต่ยุคกุนซือเท็ด เดร็คในปี 1952 อดีตกุนซือผู้นี้เป็นผู้ปลุกกระแสให้คิดโลโก้ใหม่แทน The Pensioner และอีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือเปลี่ยนชื่อเล่นทีมเป็น The Blues หากเราดูรูปให้ดี เราจะเห็น CFC (Chelsea Football Club) ซ้อนกัน เพราะเหตุนี้ ในสมัยนั้น หากใครบอกว่าพวกเขาคือชาวสีน้ำเงินจะรู้ทันทีว่าเป็นแฟนบอลเชลซี ซึ่งชื่อเล่นใหม่นี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม จนเป็นสีศักดิ์สิทธิ์ของแฟนบอลเชลซีในช่วงนั้น


สัญลักษณ์ช่วง 1953-1986

        

โล โก้ที่สามนี้เป็นโลโก้ที่โด่งดังมากที่สุด และเชลซีก็ใช้โลโก้นี้เป็นเวลาถึง 33 ปี โลโก้ด้านนอกนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แขนของเสื้อนอกของพระชั้นเหนือบิชอฟในเขตมณฑลเชลซี
          ส่วนสิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีทองได้รับต้นแบบมาจากแขนเสื้อของ ขุนนางท่านหนึ่งนามว่า Earl Cadogan (Earl ไม่ใช่นามสกุล เป็นชื่อระดับชั้นขุนนาง ระดับเออร์ล) ซึ่งในสมัยนั้น ขุนนางผู้นี้เป็นประธานของทีมเชลซีรวมทั้งได้รับความเห็นชอบ จากขุนนางระดับสูงกว่าระดับบารอนให้ใช้สิงโตถือไม้เท้าได้
          ไม้เท้า มีความหมาย หมายถึงความรู้ ศรัทธา จรรยาต่อพระผู้เป็นเจ้า ก็เหมือนกับพระระดับสูงมีไม้เท้าบอกระดับชั้น อีกทั้งในสมัยก่อน ศาสนจักรรุ่งเรืองมากกว่าอาณาจักร ทำให้สัญลักษณ์อื่นใดก็ตามจากศาสนจักรนั่นเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ถึงกระนั้น เชลซีก็สามารถใช้ได้ โลโก้นี้ไม่ได้ใช้บนอกเสื้อนักเตะจนเมื่อถึงปี 1960 โลโก้นี้จึงเสร็จสมบูรณ์และใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอย่างที่เห็นในรูป ถึงแม้ว่า โลโก้นี้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโลโก้ประจำทีมโดยตรง แต่ทีมเชลซีก็ใช้มาตั้งแต่ปี 1960-1970 แต่ทุกๆ คนก็เริ่มจะรู้จักและจำเชลซี ในฐานะสิงโตน้ำเงินก็เพราะโลโก้นี้


สัญลักษณ์ช่วง 1986-2005

ในปี 1986 เชลซีได้ปรับสี่โลโก้ให้เป้นโลโก้เดียวทำให้สินค้าของเชลซีพัฒนาและขายได้ โดยเฉพาะเสื้อและลูกฟุตบอล ในขณะที่สิงโตและ           CFC ยืนพื้นและไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งสีน้ำเงินก็ใช้เป็นสีของทีมเชลซีมาตั้งแต่โลโก้แรก
          โลโก้นี้ใช้มาถึง 19 ปี แฟนเชลซีจึงจำเชลซีว่าเป็นทีมสิงโตน้ำเงินโดยสมบูรณ์ถึงกระนั้นแฟนบอลและผู้สนับสนุนเชลซีกลับจำโลโก้นี้ได้มากกว่า โลโก้ที่สาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนเชลซีกลับต้องการที่จะกลับไปใช้โลโก้แบบเก่า เพื่อจะนำทีมเชลซีสู่สมัยใหม่ การคิดค้นโลโก้ใหม่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง


สัญลักษณ์ช่วง2006 - ปัจจุบัน

  เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2004 ทีมเชลซีจึงได้โลโก้ใหม่ คือ เดือนพฤษภาคม 2005 โดยเอาโลโก้ที่สามเป็นหลัก คือ สิงโตสีน้ำเงิน ถือไม้เท้าสีน้ำเงิน บนพื้นหลังสีขาว ซึ่งความหมาย ของไม้เท้ายังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เปลี่ยนสีตามสีของทีมเท่านั้น ซึ่ง ปีเตอร์ เคนยอน กล่าวว่า
          “ทีมเชลซีค้นหาโลโก้เพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของเรามานานแสนนาน เรามีประวัติศาสตร์กับสิงโตและสีน้ำเงิน สองสิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับ เชลซีทั้งสิ้น ทีมเชลซีก็มีอายุเกิน 100 ปีแล้ว แต่ทีมเชลซีก็จะใช้โลโก้นี้ตลอดไป”
          ณ ตอนนี้ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร ทีมไหน ต่างจำสิงโตสีน้ำเงิน ในฐานะที่เป็นโลโก้ของทีมเชลซีไปหมดแล้ว ครั้นจะมีการเปลี่ยนก็ได้รับเสียงคัดค้าน จากแฟนบอลทั่วโลก ถึงแฟนบอลจะมีไม่เยอะเท่าแมนยู ฯ และลิเวอร์พูล แต่ก็ทำให้สโมสรไม่อาจคัดใจแฟนบอลได้ ทีมเชลซีจึงใช้สัญลักษณ์นี้มาจนถึงปัจจุบัน

4.ผู้จัดการทีมในแต่ละปี



       1933-1939 เลสลี่ ไนท์ตัน
       1939-1952 บิลลี่ แบร์เรลล์
       1952-1961 เท็ด เดร็ด
       1962-1967 ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้
       1967-1974 เดฟ เช็กตัน
       1974-1975 รอน ซอรร์ต
       1975-1977 เอ็ดดี้ แม็คเครดี้
       1977-1978 เคน เชลลิโต้
       1978-1979 แดนนี บลังค์ฟลาวเวอร์ส
       1979-1981 เจฟฟ์ เฮร์สต์
       1981-1985 จอห์น นีส
       1985-1988 จอห์น ฮอลลินส์
       1988-1991 บ็อบบี้ แคมป์เบลล์
       1991-1993 เอียน ฟอร์เตอร์ฟิลล์
       1993 เดวิด เวบบ์
       1993-1996 เกลิน ฮอดเดิ้ล
       1996-1998  รุด กุลลิท
       1999-2000 จิอันลูก้า วิอัลลี่
       2000-2004 เดลาดิโอ รานิเอรี่
       2004-2007 โซเซ่ มูรินโญ่
       2007-2008 อัฟราม แกรนท์
       2008-2009 หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี่
       2009 กุส ฮิดดิงด์
       2009-2011 คาร์โล อันเชลอตติ
       2011-2012 อังเดร วิลลาส โบอาส
       2012 โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ
       2012-1013 ราฟาเอล เบนีเตซ
       2013-2014 โซเซ่ มูรินโญ่


5.รายชื่อนักเะตยอดเยี่ยม





6. แบบฝึกหัดท้ายบทจากเอกสารประกอบการเรียน



แบบฝึกหัด
บทที่ 1 (กิจกรรม1)                                                                         กลุ่มที่เรียนที่ 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                  รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ นายพงศธร สกุล ชัยปรีชา   รหัส 57011310126
จงเติมในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูล หรือสารสนเทศ
1.ข้อมูล
หมายถึง ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของหรือเหตุการณ์ในรูปแบบของตัวเลข ภาพ ตัวอักษร และสัญลักษณ์ต่างๆ
2.ข้อมูลปฐมภูมิคือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง เป็นสารสนเทศทางวิชาการ ผลของการศึกษาค้นคว้า วิจัย รายงาน การค้นพบทฤษฎีใหม่ ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม.
ยกตัวอย่างประกอบ เช่น วารสาร รายงานการวิจัย รายงานการประชุม วารสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
3.ข้อมูลทุติยภูมิคือ สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิ มักจะอยู่ในรูปแบบการสรุป ย่อเรื่อง จัดหมวดหมู่ ทำดรรชนีและสาระสังเขป
ยกตัวอย่างประกอบ  ได้แก่ สื่ออ้างอิงประเภทต่าง ๆ วารสารที่มีการสรุปย่อและตีความ รวมถึงหนังสือ ตำรา ที่รวบรวมเนื้อหาวิชาการในการเรียนการสอน สารานุกรม พจนานุกรม รายงานสถิติต่าง ๆ
4.สารสนเทศหมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร ที่ได้มีการจัดการไม่ว่าจะเป็นการคิดคำนวณ ประมวลผลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ได้มีการคัดเลือกสรรและนำไปใช้ให้ทันต่อความต้องการในการใช้งาน และทันเวลา
5.จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ
การจำแนกประเภทของสารสนเทศได้มีการจำแนกออกเป็น ตามแหล่งสารสนเทศและตามสื่อที่จัดเก็บ ดังนี้ คือ
          1.สารสนเทศจำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวมหรือจัดกระทำกับสารสนเทศ จำแนกได้ดังนี้
                1.1 แหล่งปฐมภูมิ (Primary Source) คือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง  เช่น วารสาร รายงาน
                1.2 แหล่งทุติยภูมิ (Secondary Source) คือ สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่งสารสนเทศปฐมภูมิ ได้แก่ สื่ออ้างอิงประเภทต่าง ๆ วารสารที่มีการสรุปย่อและตีความ รวมถึงหนังสือ ตำรา
                1.3 แหล่งตติยภูมิ (Tertiary Source) คือ สารสนเทศทีจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการค้นหาสารสนเทศจากแหล่งปฐมภูมและทุติยภูมิ จะไม่ได้ให้เนื้อหาสาระโดยตรง แต่จะมีประโยชน์ในการค้นหาสารสนเทศที่ให้ความรู้เฉพาะสาขาวิชา ได้แก่ บรรณานุกรม นามานุกรม
          2. สารสนเทศจำแนกตามสื่อที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ได้แก่ กระดาษ วัสดุย่อส่วน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อแสง
                2.1 กระดาษ เป็นสื่อที่ใช้บันทึกข้อมูล สารสนเทศ ที่ใช้ง่ายต่อการบันทีก รวมทั้งการเขียนและการพิมพ์ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันจนถึงปัจจุบัน
                2.2 วัสดุย่อส่วน เป็นสื่อที่ถูกสำเนาย่อส่วนลงบนแผ่นฟิล์มชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นม้วนและเป็นแผ่น มีการจัดเรียงลำดับเนื้อหาตามต้น เช่น เอกสารจดหมายเหตุ หนังสือพิมพ์ เอกสารสำคัญ วิทยานิพนธ์ เป็นต้น
                2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกหรือสื่อแม่เหล็ก เป็นวัสดุสังเคราะห์เคลือบด้วยสารแม่เหล็ก สามารถบันทึกและแก้ไขข้อมูลได้สะดวกทั้งข้อมูลที่เป็นแอนาล็อก และดิจิตอล เช่น เทปวีดิทัศน์ เทปบันทึกเสียง ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
                2.4 สื่อแสงหรือสื่อออปติก (Optical Media) เป็นสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลและอ่านข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์ เช่น ซีดี-รอม ดีวิดี เป็นต้น ซึ่งมีความจุมากเป็นพิเศษ
6.ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือ ข้อมูล
7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น  สารสนเทศ
8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น แหล่งสารสนเทศที่เป็นบุคคล
9.ผลของการลงทะเบียนเป็น  แหล่งสารสนเทศที่เป็นอินเทอร์เน็ต
10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวันSectionวันอังคารเป็น แหล่งสารสนเทศที่เป็นอินเทอร์เน็ต
  
แบบฝึกหัด

บทที่  บทบาทสารสนเทศกับสังคม                                                กลุ่มเรียนที่ 3
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                         รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล พงศธร  ชัยปรีชา   รหัส 57011310126

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ให้นิสิตหารายชื่อเว็บไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่าง ๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ
1.1  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา        

www.kodmhai.com
www.suparsit.com
www.onec.go.th

1.2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
http://www.ksp.or.th/ksp2013/home/

1.3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน 



1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม



1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์


http://www.fda.moph.go.th/

1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ 



1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม



1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม



1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่าง ๆ



2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง

   1.บัตรสมาชิกในการเข้าห้องสมุด

   2.การจัดสอบแบบ E-Testing

   3.การลงทะเบียนเรียน
3. ข้อ 2 จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

    การสืบค้นข้อมูลต่างๆที่เราต้องการ เช่น การศึกษา การทำงาน
 


แบบฝึกหัด
บทที่ 3 การรู้สารสนเทศ                                                           กลุ่มเรียนที่ 3
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                        รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล.พงศธร  ชัยปรีชา  รหัส  57011310126

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
    ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ

2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด
ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม

4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
ก.  โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
     ค. 5-4-1-2-3          


แบบฝึกหัด
บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ                                                      กลุ่มเรียนที่  3
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                        รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล  พงศธร  ชัยปรีชา   รหัส  57011310126

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.      ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน  
       1)      การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล 
-ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ
-กล้องดิจิทัลหรือกล้องถ่ายวีดีทัศน์
-บัตร ATM
                
       2)      การแสดงผล
-เครื่องพิมพ์
-จอภาพ

-พลอตเตอร์

       3)      การประมวลผล    
-เครื่องทำบัญชี
-เครื่องเจาะบัตร
-เครื่องตรวจทานบัตร
                          
       4)      การสื่อสารและเครือข่าย
-โทรทัศน์
-วิทยุกระจายเสียง

-โทรเลข

2.       ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องขวา มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความที่สัมพันธ์กัน
…5… ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
…6… Information Technology
2. e-Revenue
…1… คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
…3…เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
…10…ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
…7… ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
…9… การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
…8… EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
…4… การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
…2…บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ




แบบฝึกหัด
บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ                                                     กลุ่มเรียนที่ 3
รายวิชา  การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                         รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล  พงศธร  ชัยปรีชา   รหัส  57011310126
คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.       จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
หมายถึง การทำกิจกรรมหลักต่างๆ ในการจัดหา จัดโครงสร้าง ควบคุมการผลิต การเผยแพร่ และการใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์การทุกประเภทอย่างมีประสิทธิผล

2.       การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร
มีความสำคคัญต่อบุคคลคือ ในด้านการดำรงชีวิตในประจำวัน การศึกษา และการประกอบอาชีพต่างๆ เพื่อใช้ชีวิตอย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสุข
มีความสำคคัญต่อองค์การคือ ในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฎหมย


3.       พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
แบ่งเป็น 2 ยุคคือ การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ และการจัดการสารสนเทศด้วยระบบคอมพิวเตอร์

4.       จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
-การค้นคว้ายืมหนังสือที่ห้องสมุด
-การลงทะเบียนเรียน
-การคำนวณดูเกรดเฉลี่ย

แบบฝึกหัด
บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน กลุ่มที่เรียนที่ 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ -สกุล  พงศธร  ชัยปรีชา   รหัส  57011310126
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    2. เทศโนโลยี
   
2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
  
4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   4. ถูกทุกข้อ


5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
   3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
  
6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
   4. ถูกทุกข้อ


7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?

   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
   4. โทรทัศน์ วิทยุ

9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
   3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
  
10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
   4. ถูกทุกข้อ